Welcome to my blogspot

ดาวน์โหลดบทความใหม่ (dwnld)...ร.๕ กับการเสด็จประพาสประเทศอินเดีย...ขอขอบคุณบทความดีๆที่มีให้เราๆได้อ่าน เสริมปัญญา เป็นอาหารสมอง และให้ความรู้ที่ดีที่สุด­เพราะกลั่นมาจากปัญญาแท้ๆ wel 2013 come / Happy new year

หยิบข่าวมาบอก:Breaking News

r

15 มีนาคม 2554

วิเคราะห์การเมืองกับการเลือกตั้งระดับประเทศ

หลังจากท่านนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศจะยุบสภาต้นเดือน พฤษภาคม 2554 แต่รัฐบาลจะต้องรักษาการไปอีก 6 เดือน นั้นก็เพียงพอจนกว่าจะมีการกำหนดการเลือกตั้งใหม่ของ กกต. ออกมาชัดเจน การยุบสภาผู้แทนราษฎรไทย คือการทำให้ความเป็นสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรสิ้นสุดลงโดยพระมหากษัตริย์ทรงตราพระราชกฤษฎีกาบัญญัติให้อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงก่อนครบกำหนดตามวาระ อันมีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภาพ้นจากตำแหน่งพร้อมกัน เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ แต่ในกรณีพ้นจากตำแหน่งจากการยุบสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ไม่มีสิทธิแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ2550 จนกว่าจะมีคณะรัฐบาลใหม่เข้ามารับหน้าที่แทน การที่คณะรัฐมนตรีนายอภิสิทธิ์เข้ามารับตำแหน่งเป็นการต่อจากอดีตรัฐบาลนายกสมชาย วงษ์สวัสดิ์ การพลิกขั้วมาจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลได้เพราะ 4 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ประกอบด้วย พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อแผ่นดิน และพรรคภูมิใจไทยหรือมัชฌิมาธิปไตยเดิม หลังจากการตัดสินใจยุบสภาของท่านนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยพรรคเพื่อไทย ถือเป็นพรรคใหญ่ไม่น้อยกว่า พรรคประชาธิปัตย์ ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยมีมากทางภาคใหญ่ของประเทศไทยคือภาคอีสาน และภาคเหนือและภาคกลางบ้าง แต่พรรคประชาธิปัตย์ มีฐานเสียงในกรุงเทพ และภาคใต้เท่านั้น ดังนั้นการแข่งขันเลือกตั้งทางภาคอีสาน จึงเป็นการแข่งขันระหว่างพรรค ภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย และพรรคอื่นประปรายเท่านั้น ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์อาจจะสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยให้ลงสมัครแข่งกับพรรคเพื่อไทยก็เป็นได้ ในยามเลือกตั้งใหม่ไม่มีใครช่วยพรรคอื่นแน่นอน เพราะทุกพรรคต้องส่งผู้แทนลงสมัครเพื่อให้ได้ตัวแทนให้มากที่สุดเพื่อเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล การเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้บอกได้ว่าเหนื่อยกันแทบทั่วหน้ากันทุกพรรค พรรคที่จะได้ผู้แทนมากก็เห็นจะเป็นพรรคเพื่อไทยเพราะฐานเสียงของพรรคและผู้ลงสมัครผู้แทน ลองลงมาได้แก่พรรคประชาธิปัตย์ หรือได้อันดับ2 แต่ใช่ว่าเมื่อเป็นอันดับ 2 จะไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งพรรคของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะถ้าการจับมืออีกหนของพรรคร่วมรัฐบาลเดิมของชุดนายกอภิสิทธิ์ย่อมได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกหนหนึ่ง โดยตัวแปรที่จะได้จัดตั้งรัฐบาลอีกครั้งของพรรคประชาธิปัตย์คือ
1. พรรค4 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ประกอบด้วย พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อแผ่นดิน และพรรคภูมิใจไทยหรือมัชฌิมาธิปไตยเดิม
2. ตำแหน่งรัฐมนตรีเกรด A หรืออันดับ 1 นั้นพรรคร่วมต่างๆได้ไปครองหรือได้ตัวแทนของพรรคไปบริหารย่อมหอมหวนให้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง

แต่ใช่ว่าพรรคเพื่อไทยใช่ว่าจะไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลเลย ตัวแปรที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมีดังนี้
1. พรรคเพื่อไทยได้ตัวแทนของผู้แทนราษฎรมากที่สุดจนมีสิทธิ์ตั้งรัฐบาลได้เพียงพรรคเดียว ซึ่งก็ไม่ง่ายเพราะมีตัวแปรอื่นอีก คือ การไหลออกของ ส.ส. ไปสังกัดพรรคอื่นเป็นต้น และการต่อรองกระทรวงเกรด A ที่พรรคร่วมในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์เคยได้กระทรวงเกรด A ครอง คงจะยอมยากที่จะได้กระทรวง เกรด C ไปครอง เมื่อเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย
2. การเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับบางพรรคเท่านั้นของพรรคเพื่อไทย ซึ่งน่าจะเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา นอกนั้นเดินไปเป็นฝ่ายค้านกับพรรคประชาธิปัตย์คอยตรวจสอบรัฐบาล


ส่วนพรรคน้องใหม่เช่นพรรคการเมืองใหม่ของกลุ่มพันธมิตรหรือเสื้อเหลืองจะได้ตัวแทนบ้างไม่กี่ท่านอยู่ที่ตัวแทนลงสมัคร และนโยบายพรรคเองที่จะเป็นตัวแปรกำหนด โดยจะเป็นการชิงกันเองในกรุงเทพกับพรรคประชาธิปัตย์และจังหวัดอื่นบ้างเล็กน้อย แต่พรรคเพื่อไทยย่อมทุ่มนโยบายเพื่อให้ได้ตัวแทน ส.ส. ให้มากที่สุดเพื่อจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวอีกครั้ง แต่ต้องระวังการตรวจสอบภาคประชาชนทุกขณะเมื่อดำรงตำแหน่ง ดังนั้นการนำประเทศหรือขึ้นอยู่กับผู้บริหารประเทศจะนำพาไปสู่สิ่งที่ดีกว่า หรือมีหลักธรรมภิบาลในการบริหาร ประชาชนและประเทศย่อมสดใส หรือ Happy Trails เส้นทางเดินที่เดินที่ดีไปสู่ความสุขของประชาชนไทยที่มากกว่านี้ ที่เป็นอยู่ ที่มีอยู่ ประเทศชาติก็ได้อนิสงค์ไปด้วย ไม่ใช่เรามากินบุญเก่าของบรรพบุรุษไทยเราอย่างเดียวที่ท่านสร้างไว้ แต่ต้องสร้างสิ่งใหม่ๆที่ดีๆด้วยให้กับประชาชนและประเทศชาติ.

01 มีนาคม 2554

Study India อินเดียศึกษา เรื่อง IT ด้านการพัฒนาศึกษา

อินเดียนับว่าเป็นหนึ่งเรื่องคอมพิวเตอร์หรือเรื่องของการผลิตสร้างพัฒนาด้าน ซอฟต์แวร์ เมืองที่รู้กันว่ามีชื่อเสียงของอินเดียคือ เมืองไฮเดอราบัด HIDERABADที่เป็นแหล่งผลิตด้าน software ซอฟต์แวร์ ที่ยิ่งใหญ่อีกทีหนึ่งของอินเดีย ทั้งนี้สถาบันการศึกษาอย่าง Nethra Vidyalaya Junior college เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนฟรีให้กับนักเรียนที่ยากไร้และผู้พิการ ยิ่งได้เทคโนโลยีมาหนุนนำแบบนี้ ทำให้เด็กอินเดียน่าจะมีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น นอกเหนือจากเมือง บังกาลอร์ BANGALORA ที่มีชื่อเสียง จึงทำให้สามารถผลิตหรือสร้าง software ซอฟต์แวร์เพื่อเป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษาประเทศอินเดียได้ ดังเช่นที่ผมจะแนะนำผมเชื่อ 1000% ว่าไม่มีคนไทยเรารู้มาก่อนแต่ด้วยความที่ไปศึกษาที่ประเทศอินเดียผมจึงหามองสิ่งที่แตกต่างที่เป็นประโยชน์ให้มากที่สุดในขณะไปศึกษาที่ประเทศอินเดียให้มากที่สุดเก็บตวงเพื่อนำมาเล่านำมาศึกษา เหมือนกับว่าท่านไปเรียนที่ไหนหรืออะไรก็ตามจะต้องเก็บตวงสิ่งดีมาๆพัฒนาประเทศเรา ในครั้งนี้ผมจะนำเสนอ INDIAEDUTION ซึ่งเป็นข่าวด้านการศึกษาทั่วประเทศของอินเดีย เป็น TOOLBAR ติดหน้าเว็บไซต์ซึ่งเค้าจะบอกข่าวการศึกษาอินเดียทั่วประเทศประจำทุกวัน UPGRADE ตลอดครับ ผมเล่นมา 5 ปีแล้วครับดีมากๆ ตัวอย่างครับ

จะเห็นตามภาพเลยครับตรงข้อความที่ผมเขียนไว้ตรงนั้นแหละครับข่าวจะวิ่งตลอด

ผมเปิดเว็บขึ้นมาก็ไได้อ่านข่าวการศึกษาประเทศอินเดียนอกเหนือไปจากข่าวในหนังสือพิมพ์เป็นไงครับน่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ ผมเอามาให้ ดาวน์โหลดด้วยครับ ที่นี้เลย

http://indiaeducation.ourtoolbar.com/

05 กุมภาพันธ์ 2554

ปรัชญาพุทธกับคนรัก (ที่ไม่รักเรา)

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีหญิงสาวคนหนึ่งผิดหวังในรักเนื่องจากคนรักของตนได้มาทิ้งไป
จึงกำลังจะฆ่าตัวตาย
ขณะนั้นเอง
มีพระธุดงส์รูปหนึ่งผ่านมาพบเข้าจึงได้กล่าวให้สติกับสีกา ว่า
"โยมจะทำอะไรรึ"
หญิงสาวตอบ
"อิชั้นจะฆ่าตัวตายเพราะไม่รู้จะอยู่ไปทำไม
มีแฟนๆ ก็มาทิ้งไปเจ้าค่ะ"
พระธุดงส์จึงได้เทศนาให้หญิงสาวฟังว่า
"เหตุใดโยมจึงต้องเสียใจเล่า
ในเมื่อคนที่ควรจะเสียใจควรจะเป็นแฟนของโยมสิ"

หญิงสาวหยุดคิดและถามกลับไปด้วยความสงสัยว่า
"ทำไมล่ะเจ้าคะ"
พระธุดงส์ตอบว่า
"ในเมื่อโยมมิได้สูญเสียสิ่งที่สำคัญไปเลยน่ะสิ"

หญิงสาวตั้งใจฟังพระธุดงส์แล้วก็ตอบกลับไปว่า
"ไม่จริงหรอกค่ะ ดิชั้นสูญเสียแฟนอันเป็นที่รักยิ่งไปนะเจ้าค่ะ"
พระธุดงส์ตอบ
"โยมได้สูญเสียคนที่ มิ ได้รักและห่วงใยโยม
ซึ่งจะมีค่าอันใด
แต่แฟนโยมซิ ที่สูญเสียคนที่รักและห่วงใยเค้าเช่นโยม
ใครควรจะเสียใจกว่ากันล่ะโยม"

29 ธันวาคม 2553

WE ARE IN BODH GAYA

ขอส่งความสุขให้ทุกท่านด้วยคำอวยพรสากลหน่อยนะครับ

I wish you Merry Christmas and a Happy New Year 2011. Let the coming year be prosperous joyful for all of us. With my warm wishes.

ผมกับท่านอาจารย์ดร. ปลัด ท่าน ร.ศ. ดร. ประศาสตร์ บุญสนอง มหาวิทยาลัยนเรศวร ดร.นพดล และพี่ดา ได้เดินทางไป เมืองพุทธคยา ประเทศอินเดียด้วยกันเมื่อ วันที่ 18-21 ธ.ค. 2553 ไปถึงเมือง Kolkata เที่ยงวันพอดี พวกเราจองตั๋วรถไฟ เพื่อไปยังปลายทางคือเมืองพุทธคยา เวลา 6โมงเย็น ไปถึง เที่ยงคืนพอดี เราเข้าพักที่วัดไทยมคธ คณะของเราได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ช่วงนี้อากาศอินเดีย หนาวเย็นมาก ครับ ท่านใดที่จะเดินทางไปช่วงนี้ขอให้เตรียมยาลดไข้ เสื้อกันหนาวหนาๆไปด้วยครับ

มหาปราสาทเจดีย์ พุทธคยา

จุดประสงค์การเดินทางในครั้งนี้


1.เพื่อกราบและทำบุญขอพรพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ใต้ต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าได้ตร้สรู้

2.รับปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยมคธ จัดขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคม 2
553 ผู้มอบปริญญาให้ คือ ท่าน ดร.มหา มหีน ผู้ว่าการรัฐ Bihar
การรับมอบปริญญาจัดกันขึ้นที่สนามกีฬา มหาวิทยาลัยมคธ ทุกระดับชั้น ที่เข้ารับ มีบัญฑิต ชาวอินเดีย และไทย พม่า เวียดนาม และชาวอัฟกานิสถาน 1 ท่าน ทีได้รับปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิติมศักดิ์ ผมได้ฟังท่าน ดร.มหา มหีน ผู้ว่าการรัฐพิหาร เป็นผู้
มอบปริญญาบัตร แปลความเป็นภาษาไทยได้บางตอน ดังนี้ ผมมี

ผมมารักษาความปลอดภัยในงานครับ ใครซ่ากับพี่ ดร. ผม เดี๋ยวเจอ ฮิฮิ

ความยินดีกับบัณฑิตทุกท่าน ที่ท่านอุตสาหะ คือขยันใส่ใจความรู้ จนสำเร็จดังที่ตัวท่านเองมุ่งมั่น โดยเฉพาะนักศึกษาจากต่างประเทศ เช่นประเทศไทย เวียดนาม พม่า ภูฐาน ที่ท่านได้จากบ้านต่างเมืองมาศึกษาที่มหาวิทยาลัยมคธ ประเทศอินเดีย จนสำเร็จการศึกษาระดับต่างๆเป็นที่น่าชื่นชม และขอให้ท่านได้ประสบความสำเร็จทุกๆด้าน และสาขาวิชาพระพุทธศาสนา ลึกซึ้งมากกว่าสาขาฟิสิกส์ (Physics) โดยการรับรองจาก อัลเบิร์ตไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ ระดับโลก ที่ยอมรับในพระพุทธศาสนาในเรื่องหลักคำสอนและปฏิบัติ ว่ายอดเยี่ยม ที่สุด วิชาพระพุทธศาสนาจะต้องเข้าไปสอนในทุกหลักสูตรเช่น ระดับประถม มัญยม และระดับอุดมศึกษา สอนกันจริงๆจังๆ ??? ประมาณนี้ครับ

ผมกับท่านดร.ปลัด ในเช้าวันที่ 19 Dec 2010 พวกเราทานอาหารเช้าที่ทางวัดจัดไว้ให้เรียบร้อยแล้ว จึงเดินทางไปกราบนมัสการและสวดมนต์ทำบุญที่ พุทธสถาน รวมแล้วหลายเที่ยว จนถึงวันทีี 20 Dec 2010 มีนักบุญชาวพุทธมากมายหลายประเทศมากครับ ที่เดินทางไปกราบนมัสการ ชาวไทยเราก็เยอะครับ มีจีน และ ไตหวัน เวียดนาม ฎูฐาน ธิเบต เป็นต้น


วันรับปริญญา ลงทะเบียนครับ ซ้ายมือ ข้างๆผมครับ ท่าน ดร.สุธน อินทนกำเนิด


แสดงความยินดีกับน้องคนไทยครับ สำเร็จปริญญาโท มหาวิทยามคธ


ร่วมแสดงความยินดีกันครับ ซ้ายมือสุดครับท่าน ผศ.ดร. เมธา สุพงษ์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี
ติดตาม website ท่านได้ที่ http://gotoknow.org/profile methasupong คนคุณภาพของไทยเราอีกคนครับ



เมือ่รับปริญญาเสร็จแล้วพวกเราก็จะต้องเตรียมตัวเดินทางกลับ Kolkata เพื่อกลับประเทศไทย พวกเราเหมารถไปส่งที่ Kolkata ครับ ไปถึงตอนเช้า เครื่องออกเที่ยงวัน แต่ผมกับ ดร.นพดล จะต้องต้องพัก 1 คืน ที่ Kolkata เพราะเที่ยวกลับ เป็นวันที่ 22 Dec 2010 ผมกับท่าน อาจารย์ ดร.นพดล พักกันที่วัดเบงกลอครับ และปีใหม่ 2554 @ 2011 ขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญ คิดสิ่งใดที่ชอบประกอบด้วยธรรมก็ให้สมความมุ่งมั่น และปีใหม่นี้ผมกับแม่บุญธรรม แม่ๆ พี่ๆ สมาคมแต้จิ๋ว จะไป Count Down 2010 กันที่เขื่อนแก่งกระจาน เพชรบุรี และกลับมาผมจะพาพ่อวิสา คุณพ่อผม เลี้ยงท่านหนึ่งโต๊ะครับ ขอให้ระมัดระวังอุบัติเหตุดื่มไม่ขับ สุราดื่มน้อยเป็นยาบำรุงร่างกาย ดื่มมากให้โทษครับ.

18 พฤศจิกายน 2553

พระในบ้าน คือ พ่อ แม่ ที่ควรบูชายิ่งด้วยหัวใจ

เหลืออีกไม่กี่วันจะเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทยและต่อชาวโลก ที่คนไทยจะได้น้อมรำลึกถึงพระคุณอันประเสริญยิ่งใหญ่ของพระองค์คือ วันพ่อแห่งชาิติ เป็นวันกตัญญูแห่งชาติก็ว่าได้ เป็นวันการครองราชย์ครบ 60 ปี ที่คนไทยจะได้ร่วมเทิดพระเกียรติฯ พระองค์ท่าน พระองค์ท่านทรงแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับประชาชนชาวไทย ให้อยู่ดีมีสุข โดย มีโครงในในพระราชดำริมากมาย หรือ ฝนหลวงเป็นต้น และทรงห่วงใยประชาชนของพระองค์ท่าน เช่น ทุกครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินไปในชนบทหรือจังหวัดต่างๆ เมื่อพระองค์ทรงเห็นประชาชนที่เจ็บป่วย พระองค์ทรงพระราชทานช่วยเหลือประชาชนที่เจ็บป่วยไว้ในพระราชานุเคราะห์ ทำให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ พระเมตตาของพระองค์ท่านมีให้ประชาชนของท่านอย่างเต็มเปี่ยม แม้แต่นักโทษในเรือนจำยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณ อภัยโทษให้ เมื่อถึง วันพ่อแห่งชาติ คือ 5 ธันวามหาราช ของทุกปี

และเที่ยวบินมหากุศล วันที่ 13 ที่ผ่านมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักที่ประทับ หน่วยบินเดโชชัย 3 ถึงห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากนั้นเสด็จฯไปที่หลุมจอดจี 4-5 เตรียมเครื่องบินโบอิ้ง 737-400 ชื่อ“ศรีสุราษฏร์” เที่ยวบินทีจี 8842 ซึ่งเป็นเที่ยวบินพิเศษมหากุศล เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี การก่อตั้งบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นำคณะพุทธศาสนิกชนและแขกผู้มีเกียรติ เดินทางไปกราบสักการะสังเวชนียสถาน ณ ตำบลคยา(สถานที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้) สาธารณรัฐอินเดีย ระยะทาง 1,114 ไมล์ นับเป็นเที่ยวบินมหากุศล นับเป็นพระปรีชาของพระท่าน และนับเป็นเกียรติแก่นักศึกษาไทยในมหาวิทยาลัยมคธ ประเทศอินเดีย ที่ได้เข้าเฝ้ารับเสด็จอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

พ่อ คำนี้เป็นคำที่ยื่งใหญ่ พอเราเกิดมาคำพูดแรกของลูกๆที่พูดได้พูดเป็นก็คือ พ่อ และ แม่ บุญคุณของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่ ที่ลูกๆต้องนึกถึงไว้ในใจตลอดเวลา และทดแทนพระคุณท่านด้วย น้ำคำที่เย็นๆ และการกระทำ คือการดูแลท่านให้ดี อย่าให้ท่านหิว อย่าให้ท่านทุกข์ใจ ความหมายคือเราต้องดูแลท่านให้ท่านสุขสบาย เหมือนดังเช่น พ่อ แม่ ที่ท่านเลี้ยงดูเรามาอย่างดี พระท่านเทศน์ว่าพระในบ้านของเรา ก็คือ พ่อ แม่ เป็นพระพรหมในบ้าน เราต้องดูแลท่าน บูชาท่าน ผู้เขียนเองก็มุมานะร่ำเรียนมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะเพื่อ พ่อ ของผู้เขียนจะได้สบายตอนท่านชรา เราจะได้เลี้ยงดูท่านได้ให้ท่านสุขสบาย ผู้เขียนเองจะเดินทางไปรับพ่อที่บ้านและไปเยี่ยมพ่อทุกอาทิตย์ พาท่านมาที่บ้านของผู้เขียนรับท่านมาทานข้าว ทำกับข้าวเองด้วย ซื้อโน้นซื้อนี้ให้ท่านตามกำลังของเรา พ่อเห็นลูกสบายท่านก็ดีใจ พ่อเห็นเราทุกข์ใจพ่อเราเองก็ทุกข์ใจ ผมทำแบบนี้กับพ่อเป็นการทดแทนบุญคุณท่าน แต่บุญคุณของพ่อชาตินี้ก็ใช้ไม่หม.

12 สิงหาคม 2553

บูรณภาพ บูรณาปัญญา บูรณาสิ่งที่สึกกร่อนไป

วันนี้เป็นวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. 2553 เป็นวันมงคลสำหรับทุกๆท่านที่จะขอพรและขอขมาคุณแม่ เป็นวันแห่งความกตัญญูแห่งชาติเลยก็ว่าได้ ถ้าเพิ่มได้ จะเป็นคำว่าวัน กตัญญูแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม ซึ่งก็เท่ากับที่เราได้ปฏิบัติกันมาคือ กตัญญูรู้คุณแม่ คำว่าแม่นี้ยิ่งใหญ่มาก ได้รับเกียรติขึ้นนำหน้าพยางค์ต่อไป เช่น แม่คงคา แม่โพสพ แม่ธรณี เห็นไหมครับว่าคำว่าแม่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน

บูรณภาพ หมายภึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวในทุกๆด้าน เพื่อบรรลุผลที่ตั้งใจว่า หรือที่เราใช้คำว่า VISION วิสัยทัศน์ ที่นี้มาว่ากันว่าทำไมประเทศเขมร ประเทศเล็กๆที่ไม่พัฒนาเลย กับใช้โอกาสความเป็นประเทศเล็กๆที่ไม่พัฒนาเพื่อให้ประเทศอื่นสงสาร หรือเรียกความสงสารจอมปลอม คือไม่น่าสงสารจริง จากประเทศใหญ่ๆได้ และใช้โอกาสที่ประเทศไทยมีความวุ่นวายภายในประเทศ และถือโอกาสแทงข้างหลัง และขี้ฟ้องเที่ยวไปฟ้องประเทศใหญ่ๆว่าโดนไทยกลั่นแกล้ง ซึ่งจริงๆแล้วไม่เป็นความจริงตามที่เขมรเที่ยวไล่แทงประเทศไทยด้านหลังและขี้ฟ้องซึ่งเป็นเรื่องเท็จทั้งนั้น แท้ที่จริงแล้วประเทศไทยมีแต่ช่วยเขมรในด้าน ยา อาหาร สิ่งก่อสร้าง และเงินมาตลอด มีไหมที่เขมรจะเอาสิ่งนี้ไปบอกกับชาวโลกและเอาไปบอกประเทศใหญ่เหล่านั้นไม่มีครับ ซึ่งเป็นการใช้บูรณภาพที่ผิดๆไม่ดีต่อไทยแต่เขมรได้ผลประโยชน์ของตนเอง เป็นการถือโอกาสแทงข้างหลังประเทศไทยเราอย่างจงใจ เริ่มมาตั้งแต่สมัยคนเขมรเผาสถานทูตไทยในเขมรถือเหยียบย่ำคนไทยทั้งประเทศและประเทศไทย และยิ่งเหยียบย่ำคนไทยด้วยการทำลายพระบรมรูปในหลวงของเรา ส่วนตัวผมเองจึงรู้สึกไม่ดีกับประเทศเขมรตั้งแต่นั้นมาครับ แล้วถือโอกาสรุกล้ำแผ่นดินไทยอีกต่างหาก สหประชาติเมื่อถือความถูกต้อง ก็ต้องสร้างความถูกต้องให้เกิดครับ ประเทศไทยเราเป็นสมาชิกที่ดีมาตลอด และกับประเทศใหญ่ๆ เช่น อเมริกา อินเดีย จีน เกาหลีใต้ หรือแม้กระทั้งญี่ปุ่น หรือประเทศต่างๆครับ เพราะเราสึกกร่อนไปจึงทำให้ ประเทศเขมรถือโอกาสแทงหลังไทยทำเรื่องไปฟ้องประเทศใหญ่ๆว่าโดนไทยกลั้นแกล้ง รุกล้ำ แต่เรื่องความดีประเทศไทยที่ช่วยเหลือไม่เคยนำไปบอกเลย เมื่อผ่านเหตุการณ์เมษายนมา ที่คนไทยเรามาฆ่ากันเอง รู้ไหมครับว่าใคร ยิ้มเหยาะเย้ยเราก็เขมรนี้ครับที่อยู่ในไทยเราด้วย เพราะเค้าไม่ใช่คนไทย เป็นเพียงผู้อยู่อพยพเข้ามาอาศัยทำงาน หรือในประเทศของเค้า เราอายเค้าไหมครับ ผมอายซิครับ ที่คนไทยมาฆ่ากันเอง มันไม่ดีหรอกครับ เราเป็นคนไทย เกิดประเทศไทย อยู่ประเทศไทย เราก็ต้องรักกันไว้ครับ ใครที่ไม่ใช่คนไทยแต่อาศัยบนแผ่นดินไทยไม่รักประเทศไทยก็ต้องปล่อยเค้าไปหรือต้องผลักดันกลับประเทศไปเพราะถือว่าเดียวมาสร้างปัญหาให้กับเรา เราต้องเลี้ยงคนของเราไม่อิ่มก่อน แล้วค่อยไปเลี้ยงคนต่างประเทศครับ เราต้องเลี้ยงคนของเรา คือคนไทยของเราก่อน ให้อิ่ม ให้สุขกายสบายใจ เราคงไม่มีปัญญาเลี้ยงคนต่างชาติที่ด้อยพัฒนาที่อพยพเข้ามาไทยได้ทั้งหมด ที่ทำได้คือให้ทำงานอย่างถูกกฏหมาย และทำตามกฏหมาย แม้จะเกิดบนแผ่นดินไทยก็ตามเค้าก็ไม่ได้มีความรู้สึกรักประเทศเพราะการปลูกฝังความคิดจาก พ่อ แม่ เค้าว่าเราเป็นคนประเทศนั้นประเทศนี้นะเท่านั้นเช่นประเทศเขมรเป็นต้น ผมเห็นด้วยที่กระทรวงต่างประเทศทำหนังสือชี้แจงต่อ UN หรือ UNESCO ด้วยยิ่งดี และทำหนังสือฟ้องด้วยยิ่งดีว่าเขมรมีแต่โกหกพกลม ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จทั้งนั้น

การปฏิรูปประเทศ
การปฏิรูปประเทศต้องใช้บูรณภาพ คือการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คือ ความคิด จิตใจ ที่ต้องให้คนไทยทั่วประเทศมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศร่วมกัน สิ่งที่ท่านนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผิดพลาดไป อย่างเช่น
1. ขาดการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ การปฏิรูปร่วมกัน ในส่วนจังหวัดต่างๆ ด้านแผ่นป้าย การเชิญร่วมรณรงค์ปฏิรูปประเทศร่วมกัน เพราะประชาชนสึกว่าไม่มีส่วนร่วมเลย เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของคน 20 คนเท่านั้น
2. ขาดการมีส่วนร่วม คือร่วมคิดปัญหา ของประชาชนของแต่ละัจังหวัดในการคิดร่วมปฏิรูปในภาคจังหวัด คือ การสัมมนาปัญหาของประชาชนโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีประชาชนทุกอาชีพร่วมถกปัญหาแล้วนำปัญหาของแต่ละจังหวัดที่ได้คัดแล้ว มาสู่คณะกรรมการแล้วมาทำการศึกษาและนำไปสู่การแก้ไข จากปัญหาใหญ่ๆ ไปสู่ปัญหาน้อยๆ
3.คณะกรรมการปฏิรูปประเทศขาดการลงหาข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อนำมาคิดในสิ่งที่ควรนำมาแก้ไขในแต่ละจังหวัด คือต้องลงไปคลุกคลีกับประชาชนอย่างแท้จริงสัก 3 เดือน เพื่อหาปัญหา หรือไมก็ต้องทำตามข้อ 4 คือ
4.คณะกรรมการปฏิรูปไม่เคยเจอทุกข์ของชาวบ้านที่แท้จริง เพราะมีแต่ความสุขของตนเองและในผลประโยชน์ตนเองที่พึ่งจะหาได้ จึงขาดความรู้ความเข้าใจที่แท้จริง ในการแก้ปัญหา มีอยู่ทางเดียวจริงๆ คือ นายกรัฐมนตรีต้องเข้าขอพระราชทานเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอคำปรึกษาปัญหาของชาติของพสกนิกรของท่าน เพราะตลอดชีวิตของพระองค์ พระองค์ลงพื้นที่จริงมาตลอดทั้งชีวิตได้เห็นปัญหาแล้วนำมาสู่การแก้ไขให้พกนิกรของท่านให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข
5.นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องทุ่มงบประมาณเพื่อจัดทำตาม ข้อ 1 และ 2

และสุดท้ายคณะรัฐมนตรีต้องยกเลิกรถเมล์เจ้าปัญหาไป เพราะเราต้องจ้างคนไทยให้มีงานทำไม่ใช่ให้ตกงาน ไม่จ้างงานคนไทยด้วยกันแล้วจะไปจ้างใครที่ไหนละครับ เพราะเห็นมีแต่นโยบา่ยว่าจะทำให้ประชาชนมีงานทำ เพิ่มงาน เพิ่มอาชีพ อยู่ดีมีสุข แต่จะมายกเลิกจ้างคนไทยด้วยกันมันอย่างไรอยู่ ซึ่งผมเห็นแต่มีนโยบายพรรคการเมืองต่างๆ ว่า จ้างงาน เพิ่มรายได้ แต่จะมาทำตรงกันข้ามตามที่วางนโบายไว้มันอย่างไรอยู่ มันไม่ดีแน่นอนครับ เราต้องให้คนไทยเรามีงานทำก่อน มีความอิ่มท้อง อิ่มกาย อิ่มใจ นั้นแหละครับปฏิรูปประเทศก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะเรามัวแต่หาผลประโยชน์กันจึงเป็นช่องเบอเริ่มให้ต่างประเทศเช่นประเทศเขมรถือโอกาสแทงข้างหลังไทย ขี้ฟ้องเรื่องเท็จๆ แบบตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ต่อประเทศใหญ่ๆเพื่อทำร้ายประเทศไทย และคนไทยเรา ผมคนหนึ่งละครับที่ยอมไม่ได้.

19 กรกฎาคม 2553

โรงพยาบาลธรรมชาติ

ผมได้รับ Forward มาฉบับหนึ่งจากเพื่อนสมาชิก G MAIL เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อท่านๆทั้งหลายที่ได้กรุณามาเปิดอ่าน WEBSITE ของผม และอาจจะมีปัญหาสุขภาพร่างกาย ก็ต้องอ่านอันนี้เลย ดีมากๆครับ สามารถทำตามได้เลย และง่ายด้วย โดยการรักษาตัวเราเองจากพืช ผัก ผลไม้ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติหรือในท้องตลาด ไม่ต้องไปเสียเงินมากมายด้วยครับ ผมเห็นว่าเป็นสาระประโยชน์อย่างมากเลยขอมานำเสนอท่านทั้งหลายครับ และสุดท้าย ขอฝากว่ามีน้ำใจให้กับเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนด้วยนะครับ ทั้ง คนข้ามถนน และรถต่างที่วิ่งบนท้องถนน เพราะจะเป็นอันตรายต่อตนเอง และคนอื่นครับ เพราะช่วงตี 4-5 กว่าเป็นเวลายำรุ่งใกล้สว่าง มักมองไม่เห็นคนเดินข้ามถนนหรือคนรอข้ามถนน คือเมื่อเวลาเกือบ 6 โมงเช้า 19 ก.ค. 53 ผมไปถึงแถวบางกะปิ เพื่อไปแก้ตัวสอบใบขับขี่รถยนต์ครั้งที่2 ที่ ขนส่ง 4 กรุงเทพ (ผลสอบคือ สามารถสอบได้ใบขับรถยนต์ส่วนบุคคลครับ) เห็นผู้หญิงเลาะเลยบนถนน มีตำรวจและมูลนิธิกำลังเก็บศพเห็นแล้วรู้สึกสลดใจมาก เป็นการจากไปโดยไม่มีโอกาสได้กล่าวลาครอบครัว เพราะเป็นอุบัติเหตุ เลยขอฝากเตือนทุกท่านเวลาขับรถให้ระวังมากๆครับ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของตัวเองและคนอื่นนะครับ จริงๆแล้วใจผมอยากจะให้รัฐเปลี่ยนไฟตามทางถนนที่เป็นเขตชุมชน หรือตามแยกใหญ่ๆ ที่เป็นไฟสีเหลืองสลัวๆ คือไม่สว่างเลย ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นคนบนท้องถนนและรถมอเตอร์ไซต์ รถยนต์ นั้นแย่มากๆ ให้เปลี่ยนเป็นหลอดสีขาวซะ แสงสว่างจะมากพอทำให้ทัศนวิสัยในการขับรถได้สะดวกปลอดภัย ต่อเพื่อนร่วมทางบนถนน และคนรอข้ามถนน นี้เป็นเรื่องจริงๆนะ ถ้าแก้ตรงนี้ไม่ได้ แล้วจะปฏิรูปประเทศก็เป็นเพียงฝันลมๆแล้งๆ ครับ เพราะ เรื่องปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่า จะแก้กันเฉพาะกรรมการไม่ถึง 20 คน มันแก้ไม่ได้หรอกครับ คนแค่ 20 คนจะมาแก้ปัญหาเพื่อปฏิรูปประเทศที่ใหญ่โตมีประชากร 64 ล้านคน ปัญหาภาคใต้ยังไม่มีปัญญาแก้ไขกันเลย แค่ไม่กี่จังหวัดภาคใต้ แล้วจะมาปฏิรูปประเทศ เพ้อฝันครับ แต่ก็ยังดีที่ท่านนายก หรือรัฐบาลมีแนวคิดแบบนี้ ไหนๆจะทำแล้วควรจะทำให้เป็นระบบเหมือนสภา ส.ส. ไปเลย คือให้เป็นสภาประชาชนทุกภาคส่วนเข้าไปนำเสนอปัญหา จริงๆจังๆ แล้วนำปัญหานั้นมาปฏิรูปประเทศ ก็จะเป็นผลได้จริงๆจังได้สัก 50 % โอ้สุดยอดแล้ว แต่ผมว่าปฏิรูปใจของเราดีสุดครับ เราเป็นคนไทย เราก็อยากเห็นประเทศไทยเราเจริญรุ่งเรื่อง เราก็ต้องปฏิรูปตัวเราก่อน เราเองบอกว่าเป็นเมืองพุทธแต่ฆ่ากันตายได้ทุกวัน บ่อนการพนันมีแทบทุกที่ทั่วไทย หวยเถื่อนใต้ดิน ยาเสพติด มีให้ทั่วไปหมด แล้วการอบรมส่งเสริมคุณธรรมกัน ก็ไม่เคยได้ผล หมดงบกันไปเยอะเกี่ยวกับการอบรมส่งเสริมคุณธรรมกัน แต่ใจไม่ใช่พุทธกันเลยเฉพาะคนเลวเท่านั้นนะครับ ปฏิรูปใจนั้นดีที่สุดครับ ผมเชื่อว่าเห็นผลแน่นอน 100% มารู้จักรักษาสุภาพที่เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บกันดีกว่าครับ มีสาระประโยชน์ต่อท่านๆแน่นอนครับ เอาไปปฏิบัติดูนะครับ

หัว
จดเท้ารักษาเองได้ก่อนไปหาหมอ

๑. ไขมันในเลือดสูง แทนที่จะหายามากินให้ปวดหัว ตับพังก็หากระเทียมสดมากินสักวันละ ๑๐ กลีบกับกินหอมหัวใหญ่สดวันละครึ่งหัว

๒. ปวดหัว ให้หาผักคะน้าหรือปวยเล้ง (แมกนีเซียม) กินวันละ ๕ ขีดและกินปลาทูอีกวันละ ๒ ตัว (น้ำมันปลาลดการอักเสบได้) หรือจะชงโกโก้กินหน่อยก็ช่วยได้ค่ะ

๓. เป็นหวัด ไอ จามบ่อย ให้หมั่น แปรงลิ้นและกินกระเทียม, หอม, พริกให้มากเข้าไว้

๔. ภูมิแพ้ แค่กินฝรั่งวันละ ๕ ชิ้นกับเมล็ดฟักทองวันละ ๑ กำมือ (สังกะสี)

๕. แพ้ ฝุ่นละออง ไรฝุ่น หาโยเกิร์ตแบบรสธรรมชาติและนมเปรี้ยวไม่หวาน จัดมากิน

๖. โรค หืดหอบ ไอเรื้อรัง กินต้มยำไก่, กินหัวหอมใหญ่, หอมแดง, ต้นหอมและเอาหอมซุกไว้ใต้หมอน

๗. นอนไม่หลับ ตักน้ำผึ้งกินก่อนนอนสักวันละ ๒ ช้อนโต๊ะ ถ้าหาน้ำผึ้งไม่ได้ใช้น้ำตาลทราย ๒ ช้อนโต๊ะแทน ถ้าอยากให้หลับสบายเพิ่มเติมขี้เหล็กและมะรุมเข้าไปหน่อย

๘. ไขข้ออักเสบ หาปลาเนื้อ มันกินวันละ ๒ ขีด เช่นปลาทู, ปลาสวาย, ปลาแซลม่อน, ปลาซาร์ดีน, ปลาทูน่าหรือแม้แต่ปลากระป๋อง

๙. กระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อย ให้กินน้ำ กระเจี๊ยบไม่หวานจัดวันละ ๓ มื้อ หรือน้ำแครนเบอรี่ของฝรั่งในปริมาณเท่ากัน ( เปรี้ยวจัดมาก)

๑๐.ท้องอืด แก๊สมาก ให้กินกล้วยหักมุกปิ้งหรือขิงบ่อย ๆ

๑๑.ท้องผูก ชงน้ำผึ้งดื่มวันละ ๓ ช้อนโต๊ะและให้กินน้ำมะขามต้มติดเนื้อมาก เช้า เย็น

๑๒.โรคกระเพาะ อาหาร หากล้วยหักมุกปิ้งกิน, กินกล้วยหรือกินผักกระ หล่ำปลีให้มาก

๑๓.เวียนหัว คลื่นไส้ง่าย ให้หาอาหารทำจากขิงรับประทาน เช่น ปลาผัดขิง ไก่ผัดขิง, น้ำขิง, ชาขิงหรือเต้าฮวย

๑๔.วัยทอง วูบวาบ อารมณ์ปรวน ให้กินปลาทูน่าให้มากและกิน เต้าหู้เหลืองวันละ ๑ แผ่น ถ้ากินเต้าหู้แล้วเบื่อให้สลับกับถั่ว ลิสงวันละ ๑ กำมือก็ได้

๑๕.หงุดหงิดง่าย ให้กินอาหารร่าเริง คือ ข้าวเหนียวดำ ข้าวโพด กลอย กล้วยหอมและปลาทูน่า

๑๖.กระดูกพรุน ให้กินงาดำวันละ ๔ ช้อนโต๊ะ (ได้แคลเซียมเท่ากับเม็ดใหญ่) มะม่วงจิ้มกะปิและสับปะรดซึ่งมีธาตุสมานกระดูดอยู่มาก ( แมงกานีส)

๑๗.ความจำไม่ดี ให้กินปลาทูวันละ ๒ ขีด หอยแครงและหอยนางรมซึ่งมีธาตุสังกะสีช่วยสมองได้

๑๘.มะเร็งเต้า นม ให้กินบร็อคโคลีหรือคะน้าวันละ ๕ ขีด

๑๙.มะเร็งปอด ทางเดินหายใจ ให้กินเสาวรส ฝรั่ง ส้ม มะนาว มะขามป้อม มะละกอ มะม่วง ให้มาก เพราะวิตามินซีช่วยสมานหลอดเลือดในปอดได้ดี แต่ต้องระวังวิตามินเอโดยเฉพาะผู่ที่ยังสูบบุหรี่อยู่

๒๐.ท้องเสีย ลำไส้แปรปรวน กินแอปเปิ้ลเขียววันละ ๑-๒ ผล หรือน้ำแอปเปิ้ลเขียวปั่นทั้งกาก จะเป็นการล้างพิษในตัวด้วย

๒๑.เจ็บอก โรคหัวใจ หลอดเลือดตีบ กินปลาทะเล น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน ผลอโวคาโดเพราะเหล่านี้มีไขมันดีไป ช่วยขับตะกรันน้ำมันเก่าออก ถ้าชอบดื่มชาให้หาชาเขียวสดมาชงดื่ม เองวันละถ้วย

๒๒.ความดันสูง ต้องตัดบุหรี่และอาหารเค็ม ลองหาข้าวโอ๊ตไม่ขัดสีมากินและ ผักขึ้นฉ่ายสดหรือปั่นก็ได้ จะช่วยคุมความดันให้ดีขึ้น

๒๓.เบาหวนถามหา ให้เลี่ยงแป้งกับน้ำตาลและกินผักเขียว จัดอย่างคะน้า บร็อคโคลี ผักโขมให้มาก ถ้าอยากหวานให้กินส้มโอและฝรั่งเพราะ มีน้ำตาลอยู่น้อยมาก

ขอให้ทุกท่านหายจากโรคภัยไข้เจ็บ และโชคดีในการงาน ชีวิต พบคนจริงใจ และร่ำรวยเงินทอง ที่ประกอบสัมมาอาชีพสุจริต มีตำแหน่งใหญ่ๆ มีความรักที่งดงาม มีผู้ใหญ่รักและสนับสนุน ที่ชอบด้วยธรรม รวมกับผมด้วยนะครับ และสุดท้ายครับ เกิดเมืองไทย อยู่เมืองไทย เราก็เป็นคนไทย เราก็ต้องรักประเทศไทยเราให้เยอะๆนะะครับ รักคนไทยเราให้เยอะๆด้วยนะครับ ประเทศไทยเราจะได้เจริญรุ่งเรือง จะได้ไม่อายประเทศอื่นๆเค้า .